สุภาษิตสอนหญิง สุนทรภู่

Posted: กรกฎาคม 14, 2010 in เกล็ดความรู้

สุภาษิตสอนหญิง

สุนทรภู่

๏ ประนมหัตถ์นมัสการขึ้นเหนือเศียร
ต่างประทีป โกสุมปทุมเทียน
อันเป็นมิ่งโมลีสี่ทวีป
ก็ล่วงลับดับไกลนัยนา
ฉัน ชื่อภู่ผู้ประดิษฐ์คิดสนอง
ให้ประเสริฐเลิศล้ำด้วยคำคม

๏ ขอเจริญเรื่องตำรับฉบับสอน
อันความชั่วอย่าให้มัว มีระคาย
ผู้ใดเกิดเป็นสตรีอันมีศักดิ์
สงวนงามตามระบอบให้ชอบกล
เป็น สาวแซ่แร่รวยสวยสะอาด
แม้นแตกร้าวรานร่อยถอยราคา
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้กายสูง
ค่อย เสงี่ยมเจียมใจจะไว้วาง

๏ จะนุ่งห่มดูพอสมศักดิ์สงวน
จะผัดหน้าทาแป้งแต่งอินทรีย์
จะเก็บไรไว้ผมให้สมพักตร์
เป็นสุภาพ ราบเรียบแลเจริญ
ใครเห็นน้องต้องนิยมชมไม่ขาด
ถึงรูปงามทรามสงวนนวลอนงค์

๏ ประการหนึ่งซึ่งจะเดินดำเนินนาด
อย่าไกวแขนสุด แขนเขาห้ามปราม
อย่าเดินกรายย้ายอกยกผ้าห่ม
อย่า พูดเพ้อเจ้อไปไม่สู้ดี
ให้กำหนดจดจำแต่คำชอบ
อย่านุ่งผ้าพกใหญ่ใต้สะดือ
อย่า ลืมตัวมัวเดินให้เพลินจิต
เป็นนารีที่ละอาย หลายกระบวน
อนึ่งเนตรอย่าสังเกตให้เกินนัก
แม้นประสบพบเหล่าเจ้าชู้ชาย
อันนัยน์ตาพาตัวให้มัวหมอง
จริงมิจริง เขาเอาไปเล่าแช่

จำนงเนียรนบบาทพระศาสดา
ดังประทีปส่องทั่วทุกทิศา
สู่มหาห้อง นิพพานสำราญรมย์
ขอประคองคุณใส่ไว้เหนือผม
โดย อารมณ์ดำริรักชักภิปราย

ชาวประชาราษฎรสิ้นทั้งหลาย
จะสืบสายสุริยวงศ์เป็นมงคล
บำรุงรัก กายไว้ให้เป็นผล
จึงจะพ้นภัยพาลการนินทา
ก็ หมายมาดเหมือนมณีอันมีค่า
จะพลอยพาหอมหายจากกายนาง
ดูเยี่ยงยูงแววยังมีที่วงหาง
ให้ ต้องอย่างกริยาเป็นนารี

ให้สมควรรับพักตร์ตามศักดิ์ศรี
ดูฉวีผิวเนื้ออย่าเหลือเกิน
บำรุงศักดิ์ตามศรีมิให้เขิน
คงมีผู้ สรรเสริญอนงค์ทรง
ว่าฉลาดแต่งร่างเหมือนอย่าง หงส์
ไม่รู้จักแต่งองค์ก็เสียงาม

ค่อยเยื้องยาตรยกย่อง ไปกลางสนาม
เสงี่ยมงามสงวนไว้แต่ในที
อย่า เสยผมกลางทางหว่างวิถี
เหย้าเรือนมีกลับมาจึงหารือ
ผิดระบอบแบบกระบวนอย่าควรถือ
เขาจะลือ ว่าเล่นไม่เห็นควร
ระวังปิดปกป้องของสงวน
จงสงวนศักดิ์สง่าอย่าให้อาย
จงรู้จักอาการประมาณหมาย
อย่า ชม้ายทำชะม้อยตะบอยแล
เหมือนทำนองแนะออกบอกกระแส
คนรังแกมันก็ว่านัยน์ตาคม

๏ อันที่จริงหญิงชายย่อมหมายรัก
แม้น จักรักรักไว้ในอารมณ์
ดังพฤกษาต้องวายุ พัดโบก
จงยับยั้งช่างใจเสียให้ดี
อันตัวนางเปรียบอย่างปทุเมศ
หอมผกาเกสรขจรขจาย
ครั้นได้ ชมสมจิตพิศวาส
ไม่อยู่เฝ้าเคล้ารสเที่ยวจดลอง
แม้นชายใดหมายประสงค์มาหลงรัก
อันความรักของชายนี้หลายชั้น
จงพินิจพิศดูให้รู้แน่
เปรียบ เหมือนคิดปริศนาอย่าไว้ใจ
อันแม่สื่ออย่าได้ถือ เป็นบรรทัด
แต่ล้วนดีมีบุญลูกขุนนาง
อันร้ายดีมิได้เห็นเป็นแต่ว่า
เหมือน เขาหลอกบอกลาภถึงเมืองไกล
ทางไกลตาอุปมาเหมือน เสียเนตร
เขาจะนำไปตายก็ตายพลัน
อันแม่สื่อคือปีศาจที่อาจหาญ
อย่า เชื่อนักมักตับก็คับโครง
อันความชั่วอยู่ที่ตัวของเรา หมด
จงฟังหูไว้หูกับผู้คน๏ คิด ถึงตัวหาผัวนี้หายาก
คนสูบฝิ่นกินสุราพาจัญไร
มัก เบียดเบียนบีฑาประดาเสีย
ไม่ทำมาหากินจนสิ้นตน
ที่บางคนนั้นชั่วเป็นหัวไม้
ท่านจับได้ใส่ตรวจพรวดคอยาว
เขาเป็น ผัวตัวเมียเสียไม่ได้
ไปเสียลดเสียหลั่นพันธนา
เพราะมีผัวชั่วไปจึงได้ยาก
บ้างเล่นเบี้ยเสียถั่วมัวทนง
มีข้าว ของเคยผูกให้ลูกเต้า
ลงชั้นว่าผ้าผ่อนท่อนสไบ
ยังแต่เมียเกลี่ยไกล่ไปขายซื้อ
ครั้นรักผัวก็อย่ามัวด้วยลมโลม
จะคิด ทำอย่างไรก็ใช่ที่
ถ้าคนผู้รู้สึกสำนึกตัว
จะหาคู่สู่สมภิรมย์หวัง
ที่ชายดีนั้นก็มีอยู่ถมไป
แต่ใจคนมักรนไปหาผิด
ต้องเดือดดิ้น กินน้ำตาอยู่นองเนือง
มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี
เขยื้อน โยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่
เหมือนจามรีรู้จักรักษา กาย
พึ่งประเวศผุดพ้นชล สาย
มิได้วายภุมรินถวิลปอง
ก็นิราศแรมจรัลผันผยอง
ดูทำนองใจชาย ก็คล้ายกัน
ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
เขาว่ารักรักนั้นประการใด
อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
มันมักไพล่เพลงขุมเป็นหลุมพลาง
สารพัด เขาจะพูดนี้สุดอย่าง
มาอวดอ้างให้อนงค์หลงอาลัย
จะคาดหน้าแน่ลงที่ตรงไหน
อย่าควรให้ ตามคำเขารำพัน
สุดสังเกตเท็จจริงทุกสิ่งสรรพ์
คนทุกวันเชื่อมันยากปากมันโกง
ใคร บนบานเข้าสักหน่อยก็พลอยโผง
มันชักโยงอยากกินแต่ สินบน
ต้องกำสรดโศกร้างอยู่กลางหน
สืบยุบลเสียให้แน่อย่าแร่ไปมันชั่วมากนะอนงค์ อย่าหลงไหล
แม้หญิงใดร่วมห้องจะต้องจน
เหมือนเลี้ยงเหี้ยอัปรีย์ไม่มีผล
แล้ว ซุกซนตีชิงเที่ยววิ่งราว
ให้พอใจชกตีเขาหมี่ฉาว
แล้วบอกข่าวโศกศัลย์ถึงภรรยา
มีหาไม่ เงินทองก็ต้องหา
ค่าฤชาก็ต้องเสียขายเมียลง
แสนลำบากบอบนักอย่ามักหลง
หน่อยก็ลง จำนำเขาร่ำไป
ก็เบียนเอาสิ้นสุดหาหยุดไม่
อย่าไปไขว้เล่นไปจนโซโทรม
คอยหารือ ร่วมภิรมย์เมื่อชมโฉม
ต่อล้มโครมแล้วก็ครวญหวน ถึงตัว
ต้องรับหนี้ยากแค้นใช้แทนผัว
จะยังชั่วด้วยไม่เฉยซะเลยใจ
จงระวัง ชั่วช้าอัชฌาสัย
ใช่วิสัย เขาจะชั่วไปทั่วเมือง
ครั้นได้คิด จิตตรอมออกผอมเหลือง
สุดจะเปลื้องราคินจนสิ้นคาว
๏ เป็น สตรีสุดดีแต่เพียงผัว
ลงจนสองสามจืดไม่ยืดยาว
ถ้าคนดีมิได้ช้ำระยำยับ
คงมีผู้ชู ช่วยประคับประคอง
ถ้าแม้นตัวชั่วช้ำระยำแล้ว
เหมือนทองแดงแฝงเฝ้าเป็นราคี
จง รักตัวอย่าให้มัวราคีหมอง
อย่าเอาผิดมาเป็นชอบ ประกอบใจ
แม้นรู้จักรักร่างเป็นอย่าง ยิ่ง
จงกำหนดอุตส่าห์รักษาทรง
อันคำคมลมบุรุษนั้นสุดกล้า
จงระวัง ตั้งมั่นในสันดาน
เขารักจริงให้สู่ขอกับพ่อแม่
เขา ไม่เลี้ยงไล่ขับจะอับอาย
ข้างพ่อแม่ก็จะโกรธ พิโรธร่ำ
ด้วยท่านอายขายหน้าประชาชน
ถ้าปะว่าแม่พ่อใจคอร้าย
แม้นชายจนคน ขัดพลัดเข้าตัว
จะขึ้งโกรธโทษผู้ใหญ่ว่าไม่รัก
ชั้นพ่อแม่ของตัวไม่กลัวเกรง
ท่านเลี้ยงมาจะให้เป็นหอห้อง
ครั้น ลูกตัวชั่วถ่อยน้อยอารมณ์
แม้นลูกดีก็จะมีศรีสง่า
ถึงเพื่อนบ้านฐานถิ่นที่ใกล้ไกล
จะดีชั่วก็ยังกำลังสาว
จะกลับหลังอย่างสาวสิเต็มตรอง
ถึงขัดสนจนทรัพย์ไม่เศร้าหมอง
เปรียบ เหมือนทองธรรมดาราคามี
จะปัดแผ้วถางฝืนไม่คืนที่
ยากจะมีผู้ประสงค์จำนงใน
ถือ ทำนองแบบโบราณท่านขานไข
จงอยู่ในโอวาทญาติวงศ์
จะ เพริศพริ้งสมสวาทเป็นราชหงส์
อย่าลุ่มหลงด้วยอุบายของ ชายพาล
เขาย่อมว่ารสลิ้นนี้กินหวาน
อย่าลนลานหลงละเลิงด้วยเชิงชาย
อย่า วิ่งแร่หลงงามไปตามง่าย
ต้องเป็นม่ายอยู่กับบ้านประจานตน
จะจองจำตีโบยออกโหยหน
ไม่รักตนเราจึง ต้องมาหมองมัว
กลับซื้อขายคิดเอากับเจ้าผัว
เราทำชั่วก็ต้องขายกายเราเอง
เพราะ เราคิดผิดนักไม่เหมาะเหม็ง
ใจตัวเองพาหลงไปลงตม
หมายจะกองทุนสินกินขนม
จึงตรอมตรม โกรธบุตรนี้สุดใจ
ญาติวงศ์พงศาก็ผ่องใส
ก็มีใจสรรเสริญเจริญพร
๏ จงรักนวลสงวนนามห้ามใจไว้
คิดถึงหน้า บิดาและมารดร
เมื่อสุกงอมหอมหวนจึงควรหล่น
อย่าชิงสุกก่อนห่ามไม่งามดี
อย่าคิดเลยคู่เชยคงหาได้
อย่าเกียจ คร้านงานสตรีจงนิยม
ถ้าแม้นทำสิ่งใดให้ตลอด
เขม้นขะมักรักงานการของตน
เมื่อ เหนื่อยอ่อนนอนหลับอยู่กับบ้าน
อะไรฉาวกราวเกรียวอย่า เหลียวแล
ระวังดูเรือนเหย้าแลข้าวของ
เห็นไม่มีแล้วอย่าอ้างว่าช่างมัน
มี สลึงพึงประจบให้ครบบาท
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง
ไม่ ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ
เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล
ด้วย ชนกชนนีนั้นมีคุณ
อุ้มอุทรป้อนข้าวเป็นเท่าไร
ถ้าเราดีมีจิตคิดอุปถัมถ์
จะ ปรากฎยศยิ่งสิ่งทั้งปวง
เทพไทในห้องสิบหกชั้น

ว่าสตรีนี้เป็นยอดยุพาพาล๏ ที่บางนางนั้นก็ทำทุจริต
เห็นพ่อแม่ยากไร้ไม่ ไยดี
เขาถามไถ่ว่ามิใช่เป็นพ่อแม่
ให้ตามหลังบังคับด้วยคำคม
คนผู้นั้น ครั้นตายวายชีวาตม์
ไม่เห็นเดือนเห็นตะวันพระ จันทรา
ถ้าอยู่ไปในมนุษย์โลกเล่า
ให้ยากยับอัปราอนาทร
แม้จะมีเงินทอง ของทั้งหลาย
จะเกิดโจรราวีอัคคีภัย
หญิง เช่นนี้ชายอย่าได้ไปร่วมรัก
แต่พ่อแม่เจียวยังใจไม่ การุญ
ซึ่งสตรีที่ดีอย่าดูเยี่ยง
แม้นร่วมรอยก็จะพลอยระยำมัง

อย่าหลงใหลจำคำที่ร่ำสอน
อย่ารีบร้อนเร็วนักมักไม่ดี
อยู่ กับต้นอย่าให้พรากไปจากที่
เมื่อบุญมีคงจะมาอย่าง ปรารมภ์
อุตส่าห์ทำลำไพ่เก็บประสม
จะอุดมสินทรัพย์ไม่อับจน
อย่าทิ้งทอด เที่ยวไปไม่ได้ผล
อย่าซุกซนคบเพื่อนไพล่เชือนแช
อย่า เที่ยวพล่านพูดพลอประจ๋อประแจ๋
ฟังให้แน่เนื้อความค่อย ถามกัน
จะบกพร่องอะไรที่ไหนนั่น
จงผ่อนผันเก็บเล็มให้เต็มลง
อย่า ให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน
ให้ เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน
จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดระทด ใจ
ได้การุณเลี้ยงรักษามาจนใหญ่
หมายจะได้พึ่งพาธิดาดวง
กุศลล้ำเลิศ เท่าภูเขาหลวง
กว่าจะล่วงลุถึงซึ่งพิมาน
จะ ชวนกันสรรเสริญเจริญสาร
ได้เลี้ยงท่านชนกชนนีมิได้คิดคุณท่านเท่า เกศี
ดูเป็นที่อายเพื่อนเบือนอารมณ์
ท่านพูดแก้เกลื่อนกลับจะทับถม
ไม่ ชื่นชมยกชูขึ้นบูชา
คงไม่คลาดแคล้วนรกตกถลา
ทรมาน์หมกไหม้ในไฟฟอน
เทพเจ้าท่านก็ แช่งแสร้งสังหรณ์
ยิ่งกว่าทำมารดรให้ร้อนใจ
คงฉิบหายมั่นคงอย่าสงสัย
เพราะว่าใจ หยาบช้าคิดทารุณ
จะเสื่อมศักดิ์เสียเช่นเป็นสถุล
เนรคุณมิได้คิดอนิจจัง
จงหลีกเลี่ยงเสียให้ พ้นคนขี้ถัง
ดุจดังเอาทองแดงเข้าแฝงกุม
๏ จะสอนใจไว้ทุกสิ่งเป็นหญิงสาว
ให้ผันผ่อนเหมือน หนึ่งนอนในห่วงรุม
อย่าทำนอกลักษณะจะเป็นโทษ
ถึงจะรักรักให้ยืดอย่าจืดจาง
จะ พูดจาปราศรัยกับใครนั้น
ไม่ควรพูดอื้ออึงขึ้น มึงกู
แม้จะเรียนวิชาทางค้าขาย
จึงซื้อง่ายขายดีมีกำไร
เป็น มนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก
แม้นพูดดีมีคนเขาเมตตา
ถึง ชายใดเขาพอใจมาพูดเกี้ยว
เมื่อไม่ชอบก็อย่าตอบ เนื้อความตาม
ถึงจะไปในพิภพให้จบทั่ว
จงอุตส่าห์ปกปิดให้มิดเม้น
เมื่อจะ จรนอนเดินดำเนินนั่ง
อย่าเหม่อเมินเดินให้ดีมี อาฌา
เห็นผู้ใหญ่หรือใครเขานั่งแน่น
ค่อยวอนว่าข้าขอจรดล
แม้น สมรจะไปนอนที่เรือนไหน
ใครเห็นเข้าเขาจะเล่านินทานาง
ถ้า จะนั่งก็นั่งระวังผ้า
ยามสำรวลก็อย่าสรวลให้เมามัว
เมื่อยามยิ้มก็ยิ้มไว้แต่ในพักตร์
อย่า เท้าแขนเท้าคางให้ห่างกาย
จะแต่งตัวก็อย่ามัวแต่ การแต่ง
ใช่บ้านนอกขอกนามาแต่เยิง
ให้พ้นคาวข่าวชั่วมา มั่วสุม
จงสุขุมคิดแบ่งให้เบาบาง
ตัดประโยชน์พี่น้องเขาหมองหมาง
จะไว้ วางกริยาให้น่าดู
อย่าตะคั้นตะคอกให้เคืองหู
คนจะหลู่ล่วงลามไม่ขามใจ
อย่าปาก ร้ายพูดจาอัชฌาสัย
ด้วยเขาไม่เคืองจิตระอิดระอา
จะ ได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา
จะพูดจาจงพิเคราะห์ให้เหมาะความ
อย่า โกรธเกรี้ยวโกรธาว่าหยาบหยาม
มันจะลามเล่นเลยเหมือน เคยเป็น
แต่ความชั่วอย่าให้ผู้ใดเห็น
จึงจะเป็นคนดีมีปัญญา
จงระวังในจิต ขนิษฐา
แม้นพลั้งพลาดบาทาจะอายคน
อย่า ไกวแขนปัดเช่นไม่เห็นหน
นั่นแหละคนจึงจะมีปรานี นาง
อย่าหลับไหลลืมกายจนสายสาง
ความกระจ่างออกกระจายเพราะกายตัว
ไม่ อาฌาเขาจะพากันยิ้มหัว
แม้นจะหัวหัวร่อพอสบาย
อย่ายิ้มนักเสียสง่าพาสลาย
อย่า กรีดกรายกรอมเพลาะเที่ยวเราะเริง
อย่าทาแป้งจับ กระเหม่าเข้าจนเหลิง
ทำเซาะเซิงเขาจะโห่วิ่งโร่ ไป
๏เมื่อ ยามตรุษยามสงกรานต์มีงานหลวง
ครั้นสิ้นเขตเทศกาลทำงาน ไป
เมื่อไปเป็นชาววังจึงนั่งแต่ง
ด้วยสำราญการอะไรนั้นไม่มี
อยู่สถาน บ้านช่องนั้นต้องคิด
เผื่อมีผัวพลเรือนเหมือน กันนา
รู้วิชาก็ให้รู้เป็นครูเขา
มีข้าไทใช้สอยค่อยสบาย
การวิชาหาประดับ สำหรับร่าง
การมิดีมีชั่วมันกลัวเกรง
คิดแต่ยากแต่จนเร่งขนขวาย
พอ อิ่มเช้าอิ่มเย็นไม่เป็นไร
ค่อยเสงี่ยมเจียมตนจน เสียก่อน
อย่าเป้อเย้อพกใหญ่ออกให้เกิน
อย่า อวดดีมีทรัพย์เที่ยวจับแจก
ใครจะช่วยตัวเราก็เปล่า ดาย
เห็นผู้ดีมีทรัพย์ประดับแต่ง
ของตัวน้อยก็จะถอยไปทุกวัน
จงนุ่ง เจียมห่มเจียมเสงี่ยมหงิม
อย่านุ่งลายกรายกรุยทำ ฉุยไป
แต่ง ให้งามตามกระทรวงหาว่าไม่
อย่าร่ำไรผัดหน้าทั้งตาปี
แต่ พอแจ้งเข้าก็จับกระจกหวี
จะหาคู่ดูแต่ที่เจ้า พระยา
ให้รู้กิจการหญิงทุกสิ่งสา
จะได้หาเลี้ยงกันจนวันตาย
จึง จะเบาแรงตนเร่งขวนขวาย
ตัวเป็นนายโง่เง่าบ่าวไม่เกรง
อย่าเอาอย่างหญิงโกงมันโฉงเฉง
อย่า ครื้นเครงขับร้องคะนองใจ
อย่าให้กายตกยากลำบาก ได้
อย่าพอใจเชื่อช้ำเขาก้ำเกิน
ค่อยผันผ่อนทีหลังเขาสรรเสริญ
ละเมิด เมินหมิ่นนักมักจะอาย
ทำเกี่ยวแฝกมุงป่าพาฉิบหาย
อย่ามักง่ายเงินทองของสำคัญ
อย่า ทำแข่งวาสนากระยาหงัน
เหมือนตัดบั่นต้นทุนสูญกำไร
อย่ากระหยิ่มยศถาอัชฌาสัย
ตัวมิใช่ ชาววังไม่บังควร
๏ อย่า คบพวกหญิงพาลสันดานชั่ว
สุริย์ฉายบ่ายคล้อยเที่ยวลอยนวล
พอ รุ่งเช้าเฝ้าแต่มองส่องเกศี
ตรงการงานขี้คร้านเป็น กังวล
ครั้นได้ยินเสียงกลองมาก้องหู
วันนี้มีละครใครที่ไหนมา
นั่ง พินิจพิศโฉมประโลมหลง
บ้างก็เห็นว่างามเลยตามไป
บ้างก็รักข้างนักเลงเล่นเครงครื้น
ห่มเพลาะดำทำปลอมออกกรอมกาย
ครั้น ไปไปใจแตกลงแหกคอก
ควาญหมอรอไม่ติดเห็นผิดเชิง
ใครจะห้ามปรามไว้ก็ไม่ฟัง
ถือว่าตน เปรื่องฉลาดปราชญ์ประเปรียว
พูดก็มากปากก็บอนแสนงอน นัก
เที่ยวรอนราญจนเพื่อนบ้านเขาระอา
ที่ ส่วนตัวถึงจะชั่วออกล้นพ้น
ไม่ทำมาหากินจนสิ้นแกน
หญิงเช่นนี้เห็นไม่มีเจริญแล้ว
ลงสูบฝิ่นกินเหล้าอยู่เมามาย
มือ ก็ไวใจก็กล้าหน้าก็ด้าน
แต่ผ้าขาดก็ไม่ปรารถนาเย็บ
อันการเหย้าไม่เอาเป็นธุระ
คบกันได้ แต่นิสัยพวกแชเชือน
ชั้นจะยืมของใครเขาไม่เชื่อ
ปากก็หวานเหมือนน้ำตาลเพชรบุรี
แม้น ใครไปสมทบเข้าคบค้า
มีแต่ภัยให้ระยำทุกค่ำคืน
หญิงไม่ดีนั้นก็มีอยู่หลายพวก
ที่คนดีจะได้ดูให้รู้ครบ
ที่แต่งตัวไว้จริตผิดกระสวน
เป็นเชิงชวนพวกเจ้าชู้เขารู้กล
ให้ เวียนหวีได้วันละพันหน
แต่งแต่ตนมิได้เว้นสักเวลา
ยังไม่รู้เนื้อความเที่ยวถามหา
แม้น รู้ว่าเจ้ากรับเต้นหรับไป
ดูจนปลงกรรมฐานเหงื่อ กาฬไหล
ช่างกระไรหนอขนิษฐ์ไม่คิดอาย
เที่ยว กลางคืนคบเพื่อนเดือนหงายหงาย
พวกผู้ชายชักพาเที่ยว ร่าเริง
ปะแตกปลอกต้ำผางวางจนเหลิง
จะเปิดเปิงเข้าป่าไปท่าเดียว
ทำส่ง เสียงเถียงดังให้กราดเกรี้ยว
ประจบเที่ยวรู้จัก ทุกพักตรา
เห็นเขารักกันไม่ได้ใจอิจฉา
นั่งที่ไหนให้นินทาเขาเป็นแดน
สู้ปิดปากยกตนนี่สุดแสน
ก็เลยแล่นเข้า บ่อนนอนสบาย
ให้แว่วแว่วอยู่ข้างทางฉิบหาย
ไม่เสียดายอินทรีย์เท่าขี้เล็บ
จะ เอาขวานไปถากไม่อยากเจ็บ
ขี้เกียจเก็บพลัดวางได้กลาง เรือน
คิดแต่จะเที่ยวตลบไปคบเพื่อน
จะคบคนพลเรือนก็เต็มที
ด้วย ตัวเหลือโป้ปดสบถถี่
ข้าวของมีให้ไปไม่ได้คืน
จน ชั้นผ้าไม่ติดตัวแต่สักผืน
ใครจะชื่นชมชิดไปคิดคบ
จำจะบวกบอกใส่เสียให้จบ
หล่อนจะได้ ไม่คบพวกคนพาล
๏ หญิงพวกหนึ่งนั้นขันทำปั้นเจ๋อ
ไม่เจียมจนเลยว่า ตนต่ำสันดาน
ล้วนคุณลุงคุณปู่อยู่ทุกแห่ง
พวกผู้ดีไม่นึกตรึกเจรจา
ช่าง พูดได้ไม่อายแก่ปลายลิ้น
ถึงพูดไปใครเขาจะเห็น จริง
ถึงจะอวดอ้างไปที่ไหนนั่น
ถ้า สันดานการผู้ดีคงมีรอย
อันตัวต่ำแล้วอย่าทำให้เกินศักดิ์
เปรียบเหมือนเกลือเจือปนกับชลธี
ที่บางคนจนยากไม่อยากทุกข์
อุตส่าห์ แต่งแป้งขมิ้นไม่สิ้นคราว
ทำไมแก่เงินทองของ ทั้งหลาย
ถือว่ารูปกูงามไม่คร้ามจน
สุภาษิตท่านประดิษฐ์ประดับไว้
ถึง เป็นองค์สุริย์วงศ์พระจักรี
ทุกวันนี้มีทรัพย์ เขานับหน้า
ถึงงามพักตร์เขาจะรักเจ้าเพียงไร
เฝ้าเป้อเย้อหยิ่งเกิน กับภูมิฐาน
เห็นที่ท่านเป็นขุนนางอ้างเข้ามา
เที่ยวแอบแฝงพิงพาดวาสนา
เป็นพี่น้อง ร่วมฟ้านั้นเห็นจริง
เป็นคนสิ้นความคิดผิด ผู้หญิง
เขาว่าหยิ่งยกยศเหมือนมดตะนอย
เขารู้ทันอยู่ว่าเช่นเจ้าเป็นหอย
ไม่ กล่าวถ้อยเขาก็รู้ว่าผู้ดี
เขาจะมักเหม็นปากเหมือนซาก ผี
มันก็มีแต่จะจืดไม่ยืดยาว
ถือว่าสุขอยู่แก่ตาข้าเป็นสาว
ไม่ สร้อยเศร้าสู้ตาประชาชน
เห็นหาง่ายสารพัดไม่ขัด สน
ลงแต่งตนขายกินจนสิ้นดี
ว่าผู้ใดงามพักตร์สมศักดิ์ศรี
แม้นไม่ มีสินทรัพย์ก็ลับไป
อย่าถือว่าตนงามตามวิสัย
เขาคาดใจเสียว่าเจ้าขี้เกียจการ
supasit
๏ ที่บางคนเห็นที่ท่านมีทรัพย์
ประกอบผูกลูกสะกด สร้อยสังวาลย์
เจ้าคนจนมันให้ร่ำจะทำบ้าง
แต่ตัวจนอ้นอั้นตันในคอ
หา ทองแท้แก้ไขมันไม่คล่อง
แต่ล้วนเนื้อสิบน้ำ ทองคำทวาย
แพงไม่เบาเขายังกล้าอุตส่าห์ซื้อ
ถึงจนยากอยากบำรุงให้รุ่งเรือง
ก็สาสมกับอารมณ์ไม่เจียมศักดิ์
ผู้ดี ว่าแล้วขี้ข้าก็พลอยตาม
เขาจึงว่าหน้าสดปราก ฎอยู่
เมื่อน้ำตื้นขืนจะพายไปฝ่ายเดียว
เหมือน หิ่งห้อยน้อยสีหรี่หรุบรู่
เห็นไม่ถึงดอกอย่าโกยไป โดยแรง
๏ ยังมีพวกหนึ่งนั้นขยันยิ่ง
เที่ยวยักย้ายร่ายชมภิรมย์รส
จะรัก ไหนก็ไม่รักสมัครมั่น
ชู้ต่อชู้รู้เรื่องเคือง ระคาง
เพราะนารีมิได้ตรงจำนงหมาย
เหมือนพวกนางโมราวิลาวัณย์
โอ้ใจ นางอย่างนี้ก็มีมั่ง
เพราะนิสัยใจขนิษฐ์เล่น ปลิดโยน
ต่างคนต่างก็เชือนออกเบือนเบื่อ
อันผัวดีที่จะได้อย่าหมายเลย
แต่งประดับผิวพรรณในสัณฐาน
แลละลานล้วนสุวรรณอันลออ
เอาเยี่ยง อย่างอยากได้น้ำลายสอ
ลงเที่ยวผลอไพล่เผลเพทุบาย
ต้องเอาทองเสาชิงช้าน่าใจหาย
สาย สร้อยสายหนึ่งก็ถึงสลึงเฟื้อง
ผูกข้อมือแล งามอร่ามเหลือง
จนทองเหลืองไม่ละจะกละงาม
ทรลักษณ์เหลือตัวชั่วส่ำสาม
ไม่มี ความอายจิตสักนิดเดียว
สมกับผู้ที่ไม่ตรึกนึก เฉลียว
ไม่ถึงเลี้ยวก็จะล่มไปจมแปลง
จะ แข่งสู้สุริยาอันกล้าแข็ง
เขาจะแสร้งสรวลว่าเป็นบ้า ยศ
เป็นผู้หญิงสองใจไม่กำหนด
ใครมาจดโผจับรับตะกาง
เล่นประชันเชิง ลองทั้งสองข้าง
ก็ขัดขวางหึงสาจะฆ่าฟัน
ทำให้ชายเคืองแค้นแสนกระสัน
ยื่นพระ ขรรค์ผัวให้กับไอ้โจร
จนลือดังข่าวก้องดังกลอง โขน
จนมาโดนกันกระดากไม่อยากเชย
ต้อง เป็นเรือขึ้นคานอยู่เฉยเฉย
ด้วยมากเชยหลายชู้เขารู้กล
๏ บ้างลอบเล่นเพลงยาวเมื่อคราวขัด
ที่ไม่สู้รู้ กลอนยังร้อนรน
บ้างก็เล่นปริศนาเที่ยวหาของ
ครั้นห่อเสร็จส่งให้กับชายชาญ
ครั้น คิดคิดปริศนานั้นช้าเนิ่น
ทำดื้อด้านหาญหักไม่ รักงาม
ชนิดนางอย่างนี้มีชุมนัก
ต้องกินยาเข้าสุราพริกไทยปน
รัก สนุกครั้นได้ทุกข์แล้วถอยคิด
เทพเจ้าท่านไม่เข้าด้วยคน ร้าย
ครั้นคิดล้างอย่างไรก็ไม่สูญ
ทำอย่างไรมันก็ไม่มรณา
ถ้า รู้ถึงพ่อแม่ต้องแก้ไข
แล้วหาผัวตัวประจำเป็น สำเนา
ที่ชายโหดโฉดเขลาเข้าไปรับ
ดังแผ่นดินสิ้นหญ้าสุธาแพลง
ไม่คิด อายขายหน้านิจจาเอ๋ย
ลูกของเขาเอาเป็นสิทธิ์ เฝ้าชิดเชื้อ
เหมือนเช่นเราเขาจะให้ก็ไม่รัก
ถึงรูปร่างอย่างยุพินกินรี
เป็นขนิษฐ์ชอบแต่คิดให้เป็นหนึ่ง
เอ่ย ว่ารักแล้วให้ได้ร่วมเรียง
ท่านเปรียบมาเหมือน หนึ่งตราราชสีห์
เป็นอนงค์แล้วก็คงจะเป็นเมีย
ที่เกิดมาเป็นนารีไม่มีค่า
เหมือน กรวดทรายปรายเล่นไม่เว้นวาง
เมื่อไม่ถือตราภูมิไว้ คุ้มห้าม
แม้นรู้จักรักษาถือตราไว้
อย่าจับปลาสองหัตถ์จะพลัดพลาด
จึง นับว่าคนดีไม่มีมัว
เป็นผู้หญิงสิ่งใดจะล้ำเลิศ
ถึงรูปทรงนงคราญจะพาลคลาย๏ บ้างมีผัวตัวอยู่เป็นคู่ชื่น
ทำรักซ้อนซ่อนสนิทปิด เนื้อความ
ครั้นรู้ความถามไถ่ก็ไม่รับ
พลอยประจบหลบความไปตามเพลง
ทำองอาจ พลาดพลั้งลงทั้งคู่
ไม่แปรดแปร้นแสนสลดเหมือนทศ กัณฐ์
เคยที่นอนหมอนหนุนละมุนนิ่ม
เล็นก็กัดหมัดก็กินจนสิ้นนวล
ครั้น เห็นชู้คู่ชมภิรมย์รื่น
จะพึ่งชู้ชู้ก็เพียบ กรอบเกรียบใจ
ตระลาการท่านถามเอาความชั่ว
เขาเฮฮาหน้าสลดต้องอดทน
ครั้น ซักไซ้ไต่ถามได้ความชัด
ถ้ารักชู้ก็ให้อยู่กับ ชู้ชาย
ก็สาสมกับอารมณ์สตรีชั่ว
ไปคบชู้ชู้ชักหักทั้งยืน
ที่ใครเห็น จะเมตตานั้นหายาก
ก็เพราะเหตุตัวชั่วลือขจร
ครั้นลำบากยากจิตสิได้คิด
ใช่ ไม่รู้เขาห้ามความถ้อยมี
เออก็ใจเป็นไฉนนะน้อง เอ๋ย
ช่างไม่คร้ามความชั่วติดตัวตน
มัน เสียแล้วถึงจะฝืนไม่คืนศักดิ์
อันความชั่วติดตัวกว่าจะ ตาย
ถึงบินออกนอกตำบลให้พ้นเขต
ห้ามมันยากปากมนุษย์นี้สุดยาว
ผู้ ใดคิดผิดพลั้งเหมือนอย่างว่า
ควรยับยั้งชั่งใจเสีย ให้ดี
แม้นชั่วช้าใครว่าแล้วโกรธเขา
จะวิบัติบาปกรรมซ้ำหนักไป
แม้คนดีมี ปัญญาถ้าไม่โกรธ
ให้พ้นทุกข์สุขีเป็นศรีเมือง
ฝีปากจัดตอบต่อข้อนุ สนธิ์
เที่ยววานคนแต่งให้พอได้การ
ให้ถูกต้องตามอารมณ์ประสมประสาน
บอก อาการเรื่องรักประจักษ์ความ
ชวนกันเดินหลีกออก นอกสนาม
จนเลยลามลืมบ้านสถานตน
เป็นโรครักเกิดมารศีรษะขน
หมายประจญจะ ให้ดับที่อับอาย
จะปกปิดเปลวไฟไม่เห็นหาย
คงก่อกายขึ้นให้เห็นไว้เป็นตรา
ก็อาดูรพูนเกิดสหัสสา
เป็นเวราบาปนั้น ไม่บรรเทา
เอาลูกไปมุ่งหมกยกให้เขา
พอปัดเป่าความอายให้หายแคลง
มันช่าง หลับตาสนิทไม่คิดแหนง
มาแอบแฝงเอามันเป็นว่าน เครือ
เหมือนไม่เคยพบปะจะกละเหลือ
นึกว่าเนื้อบุญธรรมกรรมไม่มี
มันขาย พักตร์สารพัดจะบัดสี
แต่เช่นนี้แล้วไม่ปองประคอง เคียง
ไม่ควรถึงอย่าให้ถึงกับปากเสียง
เป็นคู่เคียงของตัวว่าผัวเมีย
ไม่พอ ที่เสียนวลไม่ควรเสีย
ย่อมมีเบี้ยปรับไหมวิสัย นาง
จะเกิดมาทำไมให้หมองหมาง
จะเอาอย่างนางโมราหรือว่าไป
คนจึงลาม เลยลวนมากวนได้
จะคุ้มภัยให้พ้นมีคนกลัว
จับให้คงลงให้ขาดว่าเป็นผัว
ถ้าชาย ชั่วร้างไปมิใช่ชาย
สุดประเสริฐก็แต่ใจไม่เสื่อมสลาย
ก็จะกลายส่งสวยด้วยใจงามยังหาอื่นเข้าประคอง เป็นสองสาม
จนเลยลามเป็นระฆังดังขึ้นเอง
เขาเฆี่ยนขับตีด่าว่าข่มเหง
เพราะผัว เองจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน
เขาจับได้ชายชู้ดูน่าขัน
ต้องโศกศัลย์เศร้าใจอยู่ในตรวน
ไปนอน ทิมกรากกรำเฝ้ากำสรวล
แลแต่ล้วนลูกความออกหลามไป
ก็ไม่ชื่นชมชิดพิศมัย
จะพึ่งผัวตัวก็ ไม่เมตตาตน
ข้างตัวกลัวก็บอกออกนุสนธิ์
แทบจะด้นดำดินให้สิ้นอาย
จึงจำกัด ศักดินาราคาขาย
มันเบื่อหน่ายขายกลับเอาทรัพย์ คืน
อยู่กับผัวร่วมใจว่าไม่ชื่น
ต้องกล้ำกลืนชลนัยน์อาลัยวอน
มีแต่ ปากแช่งอนงค์ส่งสลอน
ที่เคยนอนนั่งสบายว่าไม่ดี
แต่มันผิดเสียถนัดต้องบัดสี
ชั่วหรือ ดีได้ยินสิ้นทุกคน
มันจึงเลยไหลฉ่ำดังน้ำฝน
ทำซุกซนจนได้ยากลำบากกาย
จะลง รักทองปิดไม่มิดหาย
เปรียบเหมือนกายกามีราคีคาว
คง บอกเหตุรู้ว่าใช่กาขาว
ไม่แกล้งกล่าวค่อนว่าแก่นารี
ถูกตำราแล้วอย่าโกรธพิโรธพี่
ถ้าหลีก ลี้เลิกเล่นไม่เป็นไร
เช่นตัวเราผู้แต่งแถลงไข
ถึงตกใต้เทวทัตเพราะขัดเคือง
เห็นประโยชน์ตัดชั่วในตัวเปลื้อง
อย่า แค้นเคืองคำข้าขออภัย
๏ เป็นสตรีมิใช่ชายเสียดายศักดิ์
อันความดีมีอยู่ ดูจำไว้
จะมีคู่ก็ให้รู้ปรนนิบัติ
อย่าคิดร้ายย้ายแยกทำแปลกปลอม
อย่าคบ ชู้สู่สมนิยมหวัง
เขารักหลอกหยอกเล่นดอกเช่นนี้
ธุระอะไรจะให้มันเสียของ
เพราะเชื่อ ใจภรรยายิ่งกว่าเกลอ
จะมีจิตพิศวาสไม่คลาด เคลื่อน
แม้นนอกจิตคิดร้ายหมายประจญ
จงกันภัยในเล่ห์เสน่หา
เอาความสัตย์ ตัดตั้งปฏิญาณ
จงซื่อต่อภัสดาสวามี
อย่าให้มีราคินที่กินใจ
ถึงที่สุด ทดลองก็ทองแท้
หญิงเดี๋ยวนี้แม้นมีสัตยา๏ แม้นเขารักแล้วอย่าดื้อทำถือจิต
คำนับนอบสามีทุก วี่วัน
ยามสิ้นแสงสุริยาอย่าไปไหน
ระวังดูปูปัดสลัดที่นอน
ถ้าแม้น ว่าภัสดาเข้าไสยาสน์
เขาเหนื่อยเหน็บเจ็บปวดใน ทรวงทรง
ประพฤติกายสายสมรจะนอนหลับ
นอนให้ดีมีสติสิริเรา
จงรีบฟื้นตื่น ก่อนภัสดา
จึงหุงข้าวต้มแกงแต่งสำรับ
ทั้งกระโถนคนทีขัดสีไว้
อีกน้ำท่า อย่าให้ผงลงไปกวน
แม้นรู้ว่าสามีจะไปไหน
ประจงปลุกภัสดาอย่าช้านาน
จง ระวังนั่งดูอยู่ใกล้ใกล้
อย่าให้ต้องร้องตะโกน โพนทะนา
อยู่จนผัวรับประทานอาหารแล้ว
อย่ากินก่อนภัสดาดูน่าชัง
จะปลูกรักเรรวนหาควรไม่
อย่าพอใจรักชั่วให้มัวมอม
จง ซื่อสัตย์สุจริตคิดถนอม
มโนน้อมเสน่หาต่อสามี
ไม่จีรังกาลดอกบอกโฉมศรี
ถ้าแม้นมี ข้าวของต้องบำเรอ
อันเงินทองผัวสิทำสน่ำเสนอ
ควรบำเรอลูกผัวของตัวตน
เพราะแม่ เรือนร่วมใจจึงได้ผล
จะพาตนยากยับอัประมาณ
อย่าให้มาปนปะจงประหาร
ถึงเกิดการยาก เข็ญไม่เป็นไร
จนชีวีศรีสวัสดิ์เจ้าตัดษัย
อุปไมยเหมือนอนงค์องค์สีดา
ด้วยนาง แน่อยู่ในสัจอธิษฐาน์
ภัสดาก็ยิ่งรักขึ้นหนัก ครันเร่งเกรงผิดกลัวใจใหญ่มหันต์
อย่าดุดันดื้อดึงตะบึงบอน
จุด ไต้ไฟเข้าไปส่องในห้องก่อน
ทั้งฟูกหมอนอย่าให้มีธุลี ลง
จงกราบบาททุกครั้งอย่าพลั้งหลง
ช่วยบรรจงนวดฟั้นให้บรรเทา
อย่ากลิ้ง กลับมือไม้ไปป่ายเขา
อย่าซมเซาอยู่จนแจ้งแสงพยับ
น้ำล้างหน้าหาไว้ให้เสร็จสรรพ
จัด ประดับเทียมทำให้น้ำนวล
ให้ผ่องใสสวยตาดูน่าบ้วน
จงใคร่ครวญพิเคราะห์ให้เหมาะการ
แต่ ยังไม่ตื่นพรากจากสถาน
ให้ลุกขึ้นรับประทานโภชนา
เผื่ออะไรมันขาดจะเรียกหา
จงอุตส่าห์ ตั้งใจระไวระวัง
นางน้องแก้วเจ้าจงกินเมื่อภาย หลัง
เขาจะรังเกียจใจดูไม่ดี
๏ ถ้าผัวทำราชการพระผ่านเกล้า
ทั้งล่วมปัดจัดแจง แต่งให้ดี
อุตส่าห์ทำบำเรอเสนอสนอง
ปรนนิบัติภัสดาอย่าราคิน๏ เกิดเป็นหญิงให้เห็นว่าเป็นหญิง
เป็นหญิงครึ่งชาย ครึ่งอย่าพึงใจ
แม้นผัวเดือดเจ้าจงดับระงับไว้
เขาเป็นไฟเราเป็นน้ำค่อยพรำพรม
อัน โมโหโทโสไม่อดได้
ที่ชาวบ้านท่านไม่รู้จะรู้ความ
เอาใจผัวผัวจะรักเจ้าหนักหนา
แม้นผัวทุกข์ขุกไข้ไม่เสบย
จงแย้ม สรวลชวนปลอบให้ชอบชื่น
ค่อยถนอมกล่อมเกลี้ยง เลี้ยงฤทัย
จะพูดจาสารพัดประหยัดปาก
ความสิ่งไรในจิตจงปิดงำ
การสิ่งไร ที่ชั่วผัวเขาห้าม
อย่าดึงดื้อถือตนเป็นคนเชือน

๏ แม้นพิโรธโกรธขึ้งกับภัสดา
พึ่งข่มขืนกลืนไว้ในอุ รัง
จึงจะว่านารีมีความคิด
ถึงใครรู้อยู่ว่าคมต้องชมเรา
การ นินทาด่าผัวนั้นชั่วถ่อย
ถึงร้างหย่าหาใหม่วิสัยมี
บ้าง ทำกลัวตัวสั่นแต่ต่อหน้า
ครั้นผัวเดินเกินเลยเฉย เฉียดไป
ทำเสงี่ยมเจียมตัวผัวไม่เห็น
ครั้นว่าเขาเข้าใจรู้ไหวพริบ

๏ บางนารีที่เป็นนางใจร้ายกาจ
สำรากก้องร้องแทรก แหกกระแซง
ขู่คำรนบ่นว่าด่าประชด
ลุอำนาจไม่อาจขยาดตัว
ทรมานภัสดาน่าสังเวช
ยังมิหนำซ้ำป่าวเหล่านารี
ข้างฝ่าย ผัวใจดีมิได้ว่า
ดูเหมือนแม่กับลูกผูกขึ้นชู
ช่างกระไรใจคอมันอดได้
จึง ยอมตัวกลัวเมียจนหัวมุด
เหมือนเช่นเราแล้วไม่ ต้องให้ตีตบ
จะถีบถองเสียให้ยับไล่ขับกัน

๑___สุภาษิตซึ่งประดิษฐ์มาไว้นี้
ใช่จะ แกล้งแต่งคำมารำพัน
จะร่ำไปสักเท่าไรก็ไม่หมด
อุตส่าห์ตรองตริตรึกนึกจำเนียร
พอ เป็นเรื่องสำหรับดับทุกข์โทษ
เป็นตำหรับแบบฉบับไปยืด ยาว
ข้อไหนชั่วแล้วอย่ามัวไปขืนทำ
เก็บประกอบเอาแต่ชอบในเรื่องความ
อย่า ฟังเปล่าเอาแต่กลอนสุนทรเพราะ
ไว้เป็นแบบสอนตนพ้นราคี
ให้สุขีศรีเมืองเลื่องลือฟุ้ง
เป็น ที่ชื่นเช่นอย่างนางสีดา

supasit

เคยเข้าเฝ้าสู่วังนรังศรี
หมากบุหรี่ หาใส่ให้ไปกิน
ตามทำนองมิ่งมิตรเป็นนิจสิน
จึงจะภิญโญยศปรากฎไปอย่าทอดทิ้งกริยาอัชฌาสัย
ใครเขาไม่สรรเสริญเมินอารมณ์
อย่า พอใจขึ้นเสียงเถียงประสม
แม้นระดมขึ้นทั้งคู่จะ วู่วาม
ความในใจก็จะดังออกกลางสนาม
อย่าทำตามใจนักมักจะเคย
หมั่นนำพาการ เรือนอย่าเชือนเฉย
อย่าวายเวยลามลวนให้กวนใจ
เห็นเริงรื่นหัทยาจึงปราศรัย
แม้น สิ่งไรเขาไม่ชื่นอย่าขืนทำ
อย่าพูดมากเติมต่อ ซึ่งข้อขำ
อย่าควรนำแนะออกไปนอกเรือน
ประพฤติตามแบบแผนให้แม้นเหมือน
จะ เอ่ยเอื้อนโอภาให้น่าฟัง

อย่านินทาว่าผัวตัวลับหลัง
อุตส่าห์บังกลบเกลื่อนที่เงื่อนเงา
รู้ ปกปิดมิดโทษไม่โฉดเขลา
หนึ่งผัวเขาเล่าก็เห็นว่า เป็นดี
เป็นคนน้อยปัญญาเสียราศี
ชายที่ดีรู้กำพืดก็จืดไป
ถึงตีด่าก็ นิ่งไม่ติงไหว
ก็ด่าให้ไม่ดังตั้งกระซิบ
ดูเหมือนเช่นปากว่าตาขยิบ
ก็ต้องริบ ต้องร้างระคางแคลง

หมิ่นประมาททุ่มเถียงส่งเสียงแข็ง
ตะคอกแกล้งข่มขี่ให้ผัวกลัว
ให้ สามีอัปยศลงหดหัว
มัดมือผัวผูกแขนแค่นเฆี่ยนตี
ดู เหมือนเปรตเวทนาน่าบัดสี
ที่ไม่มีภัสดาให้มาดู
นิ่ง ให้เมียเฆี่ยนด่าน่าอดสู
มิได้สู้รบรับสัประยุทธ์
ดูเหมือนไม่มีจิตผิดบุรุษ
น้อยมนุษย์ ที่จะเป็นได้เช่นนั้น
คงสู้รบโต้เต็มให้เข้มขัน
ร้างหย่ามันเสียให้ค้างอยู่กลางคัน

ล้วนแต่มีเยี่ยงอย่าง ดังเสกสรร
คนทุกวันอย่างนี้มีอาเกียรณ์
ขี้เกียจจดเหน็ดเหนื่อยเมื่อยมือเขียน
ตั้งความเพียรผูกข้อต่อเรื่องราว
เป็น ประโยชน์แก่สตรีที่สวยสาว
ในเรื่องราวสุภาษิตลิขิต ความ
จงจดจำบุญบาปอย่าหยาบหยาม
ประพฤติตามห้ามใจเสียให้ดี
จง พิเคราะห์คำเลิศประเสริฐศรี
กันบัดสีคำค่อนคนนินทา
หอมจรุงกลิ่นกลั้วทั่วทิศา
ในใต้หล้า หมายประคองตัวน้องเอย

ที่มา http://www.oknation.net/blog/im/2009/05/12/entry-1

About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s